โฆษณาที่ตรงใจ ปิดการขายได้จริง

สารบัญ

จากวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตโรคระบาดอย่างโควิด-19 พฤติกรรมของคนไทยเปลี่ยนไป โดยสังเกตได้จากการ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่กลายเป็นช่องทางหลักในการรับรู้ข่าวสารต่างๆ และเป็นสิ่งให้ตัดสินใจซื้อสินค้าและอสังหาริมทรัพย์ สำหรับนักอสังหาริมทรัพย์, โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางอีกหนึ่งที่สามารถเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ เพื่อให้พวกเขารับรู้และจดจำโครงการและสินทรัพย์ของคุณได้ เน้นไปที่แพลตฟอร์มต่างๆ เช่น LINE, Facebook, Instagram, และ TikTok ซึ่งเปิดโอกาสให้คุณสร้างโฆษณาเพื่อส่งเสริมการขายของโครงการและสินทรัพย์ของคุณ รวมถึงการสร้างแบรนด์ที่น่าจดจำและเชื่อถือได้ เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

9 กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย เพิ่มยอดขาย และ สร้างแบรนด์ ให้มีประสิทธิภาพ บนโลกออนไลน์

  1. อย่าจ้างagency จนกว่าคุณจะรู้วิธีวัดผลการตลาดออนไลน์ อสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตขึ้นในยุคก่อนดิจิทัลซึ่งมักไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการวัดผลของการตลาดออนไลน์และพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน แนวทางแรกนี้มักพบว่า 80-90% ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้บริการเอเจนซี่หรือบริษัทรับทำการตลาดออนไลน์ ไม่มีความเข้าใจถึงวิธีการวัดผลของสื่อออนไลน์ต่างๆ ทำให้ไม่ได้ผลตอบรับตามที่คาดหวัง การลงทุนเพื่อคาดหวังในยอดขายของโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่กลับกลายเป็นการวัดผลผ่านยอดไลค์ แชร์ ในสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น และหลังจากนั้น นักอสังหาริมทรัพย์หรือเจ้าของโครงการมักเกิดนโยบายที่ผิดพลาดซ้ำๆ
  2. อีเมลและ SMS เครื่องมือสำหรับดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายออนไลน์ บางคนอาจเคยคิดว่าการส่งอีเมลและ SMS ไม่มีความสำคัญสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ความจริงแล้ว การใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อสร้างความสนใจและเพิ่มยอดขายมีประสิทธิภาพสูงมาก โดยคุณจะต้องมีข้อมูลลูกค้าและการยินยอมจากพวกเขาในการติดต่อผ่านทางอีเมลหรือ SMS ในขั้นตอนแรก นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่ช่วยคุณคัดกรองลูกค้าและเพิ่มความน่าสนใจของโครงการอสังหาริมทรัพย์ของคุณในอีเมลและ SMS นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณสามารถติดต่อกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสในการขายต่อไปได้ด้วย
  3. เว็บไซต์ที่ใช้งานง่ายและมีข้อมูลครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอสังหาริมทรัพย์ บางครั้งการใช้สื่อสังคมออนไลน์อาจจะไม่เพียงพอในการให้ข้อมูลที่ลึกซึ้ง ดังนั้นเว็บไซต์เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป โดยเฉพาะเมื่อมีการเข้าชมผ่านอุปกรณ์มือถือและการโหลดข้อมูลที่รวดเร็ว การมีเว็บไซต์ที่ดีสามารถเพิ่มโอกาสในการติดต่อกับลูกค้าและสร้างความเข้าใจในโครงการของคุณได้มากขึ้น และช่วยเชื่อมโยงกับสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตลาดของคุณได้ในทุกๆ ช่วงเวลา
  4. การลงทุนในโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ในปัจจุบัน คนไทยเปิดรับสื่อสังคมออนไลน์จากแพลตฟอร์มหลากหลายตามช่วงวัยหรือพฤติกรรม กลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายอาจใช้สื่อสังคมออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram, Twitter, LinkedIn, LINE, YouTube, TikTok, และ Google ดังนั้นการศึกษาและเข้าใจว่าแพลตฟอร์มใดที่กลุ่มลูกค้าของคุณใช้บ่อยจะช่วยให้คุณสามารถลงทุนในโฆษณาออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ คุณสามารถซื้อโฆษณาด้วยตัวเองหรือใช้บริการจากบริษัทที่เชี่ยวชาญในการยิงโฆษณาหรือบริการซื้อโฆษณาออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้ สำหรับกลยุทธ์นี้ คุณควรให้ความสำคัญกับการทราบวิธีการวัดผลของการโฆษณาในแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น CPC (Cost Per Click) ของโฆษณาใน Google ที่จะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเมื่อมีคนคลิกเข้าชมโฆษณา ยอดการมองเห็น (impression) หรือ ยอดการเข้าถึง (reach) ใน Facebook การศึกษาและการทำให้มั่นใจในการลงทุนในโฆษณาในแต่ละแพลตฟอร์มเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับเงินลงทุนของคุณอย่างแท้จริง
  5. สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ เว็บไซต์ของคุณสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างละเอียด เช่น รายละเอียดโครงการบ้านหรือคอนโด การเงินกับธนาคาร แต่ลูกค้าอาจต้องการข้อมูลเสริมที่เป็นประโยชน์ เช่น ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ บทความและเนื้อหาที่คุณสร้างบนเว็บไซต์หรือบล็อกสามารถช่วยให้ลูกค้ามีไอเดียและความรู้ใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงจากผู้สนใจเป็นลูกค้า และเสนอความเป็นเจ้าของในการปิดการขายโดยการนำลูกค้ากลับมายังเว็บไซต์หรือช่องทางของคุณ
  6. ใช้เทคโนโลยีเสมือนช่วยสร้างความน่าสนใจ เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) ไม่ใช่เรื่องใหม่แล้ว มีแพลตฟอร์มหลากหลายที่ให้คุณสร้างเนื้อหา VR ได้ฟรี เช่น Facebook ที่คุณสามารถโพสต์รูปแบบพาโนรามาเพื่อเสริมความน่าสนใจให้กับโครงการของคุณ และช่วยให้ลูกค้ามองเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น โดยไม่ต้องจินตนาการ การใช้เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้ลูกค้าเข้าใจและตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว และมีโอกาสสร้างยอดขายได้รวดเร็วขึ้นถึง 49% ด้วยการนำเสนอเนื้อหาที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างดี หากคุณสนใจการใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality) ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของคุณ คุณสามารถใช้วิดีโอเสมือนจริง 360 องศาได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีราคาแพง และสามารถอัพโหลดไปยัง Facebook หรือ YouTube ได้โดยตรง การใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงนี้เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งในการตลาดอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ที่คุณไม่ควรพลาด เพราะมันสามารถช่วยเสริมโอกาสในการขายอสังหาริมทรัพย์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  7. สร้างเครือข่ายพันธมิตรในสื่อสังคมออนไลน์ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นสิ่งที่พึ่งพาเสียอย่างมากในยุคปัจจุบัน แต่ความสำคัญที่มักถูกละเลยคือการสร้างเครือข่ายพันธมิตรในสื่อสังคมออนไลน์ คุณอาจพบว่าการสร้างเนื้อหาในสื่อสังคมออนไลน์อาจสร้างความสนใจหรือไม่ก็เป็นเพียงแค่เรื่องที่ไม่มีใครสนใจเลย ดังนั้นการนำเสนอโดยไม่มีผู้ช่วยอาจไม่เป็นไปตามความคาดหวัง การหาพันธมิตรในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เน็ตไอดอล คนดังในวงการอสังหาริมทรัพย์ หรือ บุคคลในวงการอื่นๆ สามารถช่วยเพิ่มความเข้าใจและยอมรับของลูกค้าต่อแบรนด์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าลืมว่าการทำการตลาดด้วยเทคโนโลยีนี้ต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการสื่อสารที่เข้าใจง่าย ที่จะช่วยสร้างชื่อเสียงที่ดีให้แก่แบรนด์ของคุณและทำให้ลูกค้าเป้าหมายกลุ่มเหล่านั้นชื่นชมด้วย
  8. จัดเวิร์คช็อปหรืออีเว้นท์ออนไลน์เพื่อสร้างกระแสและกระตุ้นยอดขาย ใช้เทคโนโลยีในการจัดอีเว้นท์ออนไลน์เพื่อสร้างความสนใจและส่งเสริมยอดขายของคุณได้เป็นอย่างดี การใช้เครื่องมือออนไลน์เช่นไลฟ์สดหรือแพลตฟอร์มการประชุมออนไลน์เป็นตัวเลือกที่สะดวกและไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดงานโดยไม่ต้องมีทีมงาน การแชร์ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนไอเดียในงานอีเว้นท์ออนไลน์ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของคุณในวงการอสังหาริมทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นควรวางแผนการตลาดออนไลน์อย่างรอบคอบและจริงจัง
  9. เข้าใจ SEO และให้ความสำคัญ สินทรัพย์ไม่ใช่สินค้าที่ให้ตัดสินใจซื้อง่ายๆ เพราะลูกค้ามักมองข้อมูลรายละเอียดในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผ่าน Search Engine ที่สำคัญที่สุดเช่น Google ดังนั้น SEO เป็นสิ่งสำคัญที่ควรให้ความสำคัญมากขึ้น และไม่ควรเพียงแค่ใช้โฆษณาหรือคลิปสั้นๆ ในโซเชียลมีเดียเท่านั้น การเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าในการค้นหาข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างยอดขายในวงการอสังหาริมทรัพย์

สรุป

อสังหาริมทรัพย์ที่เคยลองทำการตลาดผ่าน Google อาจเล่าว่า SEO ไม่จำเป็นต้องสำคัญถ้าคุณสามารถซื้อโฆษณา Google Ads ได้ แต่ควรระมัดระวังเพราะมันเป็นความเสี่ยง เพราะการโฆษณากับ Google ต้องใช้ค่าใช้จ่ายตลอดเวลา ในทางกลับกัน SEO ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว แม้ว่าจำเป็นต้องลงทุนมากในระยะแรก อีกสิ่งหนึ่งคือ คุณมั่นใจไหมว่าจะลงทุนซื้อโฆษณา Google Ads แข่งกับแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในวงการ